กุญแจแห่งความสำเร็จ....ที่ผมใช้เปิดความลับมีอยู่ทั้งหมด 2 ดอก ?

กุญแจดอกแรก...คือ "MLM Attraction Blueprint"
     เพราะผมมีกุญแจสำคัญดอกนี้ ล่ะครับ ที่ทำให้ผมไปต่อได้ในธุรกิจ MLM ได้อย่างไร้ปัญหา เพราะ "ไม่ต้องลิสต์รายชื่อ ไม่ต้องซื้อรายชื่อ ไม่ต้องแจกใบปลิว ไม่ต้องชวนคนเข้าร่วมธุรกิจอีกต่อไป แต่เขาจะโทรมาขอเข้าร่วมธุรกิจกับคุณเอง โดยไม่ต้องเอ่ยปากชวนแม้แต่คำเดียว และที่สำคัญทำงานจากที่บ้าน 100%" วิธีนี้มีอยู่จริงเหรอ? อย่าเพิ่งเชื่อผมครับ คุณต้องพิสูจน์ครับ! ผมตัดสินใจเลิกทำธุรกิจอย่างเด็ดขาดแล้ว แต่พอผมเจอกุญแจดอกนี้ ทำให้ผมอยากกลับมาทำธุรกิจ MLM อีกครั้ง เพราะมันคือความฝันของผมครับ และคุณจะไม่มีวันล้มเหลวอีกต่อไป และต่อไปนี้ "คุณคือผู้ถูกล่า"
 ข้อความ สโลแกน

 กุญแจดอกที่ 2 คือ "MLM Online School"
        กุญแจดอกนี้สำคัญมากครับ เมื่อคุณรู้ความลับในกุญแจดอกนี้แลัว จะทำให้คุณสามารถ "สร้างระบบอัจฉริยะ ที่ใช้ในการดึงดูดผู้มุ่งหวัง เป็นวิธีที่นักธุรกิจ MLM 99% ไม่รู้!" ทำให้คุณเป็นมนุษย์แม่เหล็กอย่างเต็มตัว ถ้าคุณรู้ความลัีบในกุญแจดอกนี้แล้ว ก็ไม่ต่างจากมี "ขุมทรัพย์เงินล้าน" อยู่ในมือ >>> จะรอช้าอยู่ทำไม ไปรู้ความลับกัน >>>
 ข้อความ สโลแกน

เรื่องราวของผม...ประพันธุ์ คูณขุนทด

สวัสดีครับ....ผมประพันธุ์ คูณขุนทด ชื่อเล่นเรียกว่า ปุ่งหรือบุ๋ม ก็ได้ครับ
ผมเองเติบโตมาจาก....ครอบครัวที่ฐานะไม่ค่อยดีนัก ผมเกิดที่โคราชครับ เป็นคนโคราช ตั้งแต่ผมยังเด็กครอบครัวผมลำบากมาก เพราะต้องย้ายถิ่นฐานที่อยู่บ่อยครั้ง อนาคตผมอยากเป็นทหารครับ แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว อยากเป็น "เจ้านายตัวเอง" ครับ ไม่อยากเป็น "ขี้ข้า" อีกต่อไปแล้ว

การศึกษา
ผมเรียนจบแค่ ม.6 เองครับ เกรดเฉลี่ยก็ไม่สูงนัก.....พอเรียนจบก็หางานทำ เข้ากรุงเทพบ้าง ต่างจังหวัดบ้าง ไปมาหลายที่เลยครับ ทำอยู่ไม่ได้ก็ออก จะเป็นอย่างงี้อยู่ประจำ หาจุดยืนไม่ได้เลย งานที่ผมทำก็ไม่ไช่งานบริษัทหรืองานดีๆที่เขาทำกันนะครับ ผมทำงานพวก "ช่างสี ช่างอลูมิเนียม ช่างกระจก ช่างต่อเติมบ้าน ช่างก่อสร้าง ช่างเชื่อม เด็กขนของในโกดังแบกของขึ้นชั้น 3 ชั้น 4 ตามร้านค้า" มันเป็นอะไรที่ลำบากมาก ผมทำอยู่ประมาณ 3 ปีได้ ผมตัวดำและเหนื่อยมากครับ ซึ่งมันเป็นงานที่ผมไม่ได้ชอบเลย ทำไงได้

เกณฑ์ทหาร
หลังจากนั้น ผมอายุได้ 21 ปี ครบกำหนดเกณฑ์ทหาร ผมเลยสมัครทหารอากาศเลยครับ เพราะผมคิดมันน่าจะดีกว่างานที่ีผมทำอยู่ หรืออาจจะมีโอกาส ได้เป็นจ้าวเป็นนายกับเขาบ้าง หลังจากผมฝึกเสร็จ ประมาณเกือบ 4 เดือนได้ กองร้อยทหารอากาศโยธิน ได้ทำการคัดตัวทหารเพื่อไปประจำการ อยู่ตามหน่วยต่างๆ ซึ่งผมเป็นคนนึงที่ได้ไปประจำการอยู่ที่นั่น มันทำให้ผมเป็นอิสระมากกว่าเดิม เพราะหน่วยที่ผมไปอยู่เป็นหน่วยที่สบายมาก หัวหน้าใจดี อยู่แบบพี่แบบน้อง ไม่ถือยศ ถือศักดิ์ และภายในหน่วย จะมีคอมพิวเตอร์อยู่หลายตัว มีอินเทอร์เน็ตให้เล่นด้วย ซึ่งผมต้องทำหน้าที่เฝ้าหน่วยและช่วยงานหน่วยตามมอบหมาย กำหนดปลดผมอยู่แค่ 1 ปี ผมคิดว่าถ้าไปทำงานข้างนอกคงจะหางานดีๆทำยาก ผมเลยตัดสินใจสมัครต่ออีก 3 ปี



ธุรกิจเครือข่าย
ประมาณปีที่ 2 ที่ผมสมัครเป็นทหารต่อ กิจกรรมยามว่างของผมทุกวันก็คือเล่นอินเทอร์เน็ต วันนึงผมคิดอย่างหารายได้เสริมเพราะเงินไม่พอใช้ ผมเลยไปค้นหางานในอินเทอร์เน็ต ค้นไปค้นมาเลยไปเห็นแบนเนอร์โฆษณา ข้อความในแบนเนอร์เขียนไว้ว่า ”งานออนไลน์ หาเงินผ่านเน็ตง่ายๆ ทำงานวันละ 2-3 ชัวโมงต่อวัน คุณก็ทำได้” ซึ่งผมเห็นแล้วผมสนใจมากครับ ผมคิดในใจว่ามันมีอยู่จริงเหรอ ผมเลยคลิกเข้าไปดู รายละเอียดในหน้าเว็บนั้น มันน่าสนใจมากแต่ก็ไม่เข้าใจวิธีการทำงานเลย คิดแค่ว่าน่าจะได้ทำงานจากที่บ้านไม่ต้องออกไปไหนเลย ก็มีรายได้ มันโดนและมันเป็นความฝันของผมเลยครับ หลังจากนั้น เจ้าของเว็บนั้น ก็โทรมาแล้วเชิญผมเข้าประชุม ตอนแรกผมก็กลัวโดนหลอก แต่ด้วยความอยากรู้ก็เลยไป หลังจากเข้าประชุมเสร็จ ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก “อยากรวย” วันนั้นล่ะครับเป็นวันที่ผมได้รู้จักกับคำว่า “ธุรกิจเครือข่าย” ผมคิดว่ามันทำง่ายมาก เพราะ "นักศึกษาอายุ 20 ปี ทำเงิน 5 แสนบาทต่อเดือน" เขายังทำได้เลยทำไมผมจะทำไมได้ เดี๋ยวพอไปชวนเพื่อน เพื่อนผมมันต้องสนใจสมัครทำธุรกิจกับผมแน่ง่ายนิดเดียว ผมเลยตัดสินใจสมัครทำธุรกิจทันที โดยที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้เลย ผลลัพธ์เป็นอย่างไง รู้ไหมครับ......? ล้มเหลวไม่เป็นท่า! เพราะแต่ละอย่างที่อัพไลน์ให้ผมทำนั้นมีทั้ง ลิสต์รายชื่อโทรชวนคน แจกแผ่นพับผลิตภัณฑ์ ชวนคนที่ไม่รู้จัก หลอกลูกพี่ลูกน้องของผมเข้าประชุมก็ยังทำมาแล้วครับ และอีกสารพัด ผมสปอนเซอร์ใครไม่ได้ซักคน.. เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง มองผมเป็นคนหลอกลวงไปหมด แถมยังโดนแซวอีกต่างหาก ผมทำอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน กว่าๆ ผมตัดสินใจเลิกทำ อัพไลน์โทรมาผมก็ไม่รับสาย จนวันนึงผมบังเอิญไปเจอ "ความลับบางอย่างที่นักธุรกิจข่าย 99% ไม่รู้" มันคือวิธีการที่จะช่วยแก้ปัญหาให้นักธุรกิจเครือข่าย ที่สปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังไม่ได้ ให้เป็นมนุษย์แม่เหล็ก สปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังโดยที่ "ไม่ต้องเอ่ยปากชวน เข้าร่วมธุรกิจเลยแม้แต่คำเดียวและทำธุรกิจจากที่บ้าน 100%" มันเป็นอะไรที่โชคดีมากๆ ผมไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง และมันคือความหวังใหม่ของผม ที่ผมจะคิดกลับไปทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้งนึง "ความลับอยู่ที่นี่แล้วครับ คลิกลงทะเบียนรู้ความลับฟรี! ด้านล่างหรือด้านข้างนี้เลยครับ"

Social Media คือ?

ทุกวันนี้ พวกเราหลายคนใช้ชีวิตอยู่กับ Social Network และ Social Media มากขึ้นทุกวัน แต่พอพูดถึง ‘Social Media’ ว่าคืออะไร หลายคนที่ใช้อยู่ ก็ยังถึงกับอึ้ง และตอบไม่ได้ว่ามันคืออะไร และไม่รู้จะอธิบายอย่างไร วันนี้ Marketing Oops! เลยขอทำหน้าที่อธิบายคำๆ นี้แทน เพื่อให้คนที่ใช้เป็นประจำอยู่แล้วสามารถอธิบายต่อให้คนอื่นทราบได้ และสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้ ก็สามารถทำความรู้จักได้เช่นกัน

Social ในที่นี้หมายถึง สังคมออนไลน์
Media ในที่นี้หมายถึง เนื้อหา เรื่องราว และบทความ
Social Media จึงหมายถึงสังคมออนไลน์ที่มีผู้ใช้เป็นผู้สื่อสาร หรือเขียนเล่า เนื้อหา เรื่องราว ประสบการณ์ บทความ รูปภาพ และวิดีโอ ที่ผู้ใช้เขียนขึ้นเอง ทำขึ้นเอง หรือพบเจอจากสื่ออื่นๆ แล้วนำมาแบ่งปันให้กับผู้อื่นที่อยู่ในเครือข่ายของตน ผ่านทางเว็บไซต์ Social Network ที่ให้บริการบนโลกออนไลน์ ปัจจุบัน การสื่อสารแบบนี้ จะทำผ่านทาง Internet และโทรศัพท์มือถือเท่านั้น

เนื้อหาของ Social Media โดยทั่วไปเปรียบได้หลายรูปแบบ ทั้ง กระดานความคิดเห็น (Discussion boards), เว็บบล็อค (Weblogs), วิกิ (wikis), Podcasts, รูปภาพ และวิดีโอ ส่วนเทคโนโลยีที่รองรับเนื้อหาเหล่านี้ก็รวมถึง เว็บบล็อค (Weblogs), เว็บไซต์แชร์รูปภาพ, เว็บไซต์แชร์วิดีโอ, เว็บบอร์ด, อีเมล์, เว็บไซต์แชร์เพลง, Instant Messaging, Tool ที่ให้บริการ Voice over IP เป็นต้น



เว็บไซต์ ที่ให้บริการ Social Network หรือ Social Media
1. Google Group – เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking

2. Wikipedia – เว็บไซต์ในรูปแบบข้อมูลอ้างอิง

3. MySpace – เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking

4. Facebook -เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking

5. MouthShut – เว็บไซต์ในรูปแบบ Product Reviews

6. Yelp – เว็บไซต์ในรูปแบบ Product Reviews

7. Youmeo – เว็บที่รวม Social Network

8. Last.fm – เว็บเพลงส่วนตัว Personal Music

9. YouTube – เว็บไซต์ Social Networking และ แชร์วิดีโอ

10. Avatars United – เว็บไซต์ในรูปแบบ Social Networking

11. Second Life – เว็บไซต์ในรูปแบบโลกเสมือนจริง Virtual Reality

12. Flickr – เว็บแชร์รูปภาพ

เว็บ Social Media แบ่งตามหมวด
หมวดการสื่อสาร (Communication)
Blogs: Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox
Internet forums: vBulletin, phpBB
Micro-blogging: Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku
Social networking: Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, Netlog, Hi5, Friendster, Multiply
Social network aggregation: FriendFeed, Youmeo
Events: Upcoming, Eventful, Meetup.com

หมวดความร่วมมือ และแบ่งปัน (Collaboration)
Wikis: Wikipedia, PBwiki, wetpaint
Social bookmarking: Delicious, StumbleUpon, Stumpedia, Google Reader, CiteULike
Social news: Digg, Mixx, Reddit
Opinion sites: epinions, Yelp

หมวด มัลติมีเดีย (Multimedia)
Photo sharing: Flickr, Zooomr, Photobucket, SmugMug
Video sharing: YouTube, Vimeo, Revver
Art sharing: deviantART
Livecasting: Ustream.tv, Justin.tv, Skype
Audio and Music Sharing: imeem, The Hype Machine, Last.fm, ccMixter

หมวดรีวิว และแสดงความคิดเห็น (Reviews and Opinions)
Product Reviews: epinions.com, MouthShut.com, Yelp.com
Q&A: Yahoo Answers

หมวดบันเทิง (Entertainment)
Virtual worlds: Second Life, The Sims Online
Online gaming: World of Warcraft, EverQuest, Age of Conan, Spore (2008 video game)
Game sharing: Miniclip

Attraction Marketing คือ?

การตลาดดึงดูด (Attraction Marketing) คือรูปแบบหนึ่งของการทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ต เป็นลักษณะการนำเสนอข้อมูลเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจเครือข่าย ระบบการตลาดหลายชั้น(MLM) หรือการตลาดแบบตัวแทน(Affiliate Marketing)

การตลาดดึงดูด ไม่ใช่วิธีการแบบซื้อรายชื่ออีเมล หรือกระตุ้นด้วยวิธีที่ไม่เป็นที่ต้องการของคนอื่น

แนวคิดของการตลาดดึงดูด
1. ต้องกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ว่าคุณต้องการสื่ออะไร ถึงใคร เพื่อดึงดูดความสนใจของคนเหล่านั้นที่เข้ามาในเว็บไซต์ของคุณ คุณจะได้กลุ่มเป้าหมายที่ใช่จริง ๆ

2. สร้างความรู้สึกว่าบล็อกหรือเว็บไซต์คุณให้สิ่งที่เค้ากำลังต้องการรู้และหาได้จากที่นี่

3. มีข้อเสนอที่ดี ๆ ให้ฟรี เมื่อมีคนกรอกข้อมูลให้กับบล็อกหรือเว็บไซต์คุณ

วิธีการของการตลาดดึงดูด

หลักการของการตลาดดึงดูด ก็คือทำให้คนรู้จักบล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณ และอยากจะติดตามรู้ข้อมูลความเคลื่อนไหวจากบล็อกหรือเว็บไซต์ที่คุณทำขึ้นมา และก็มีหลายวิธีการที่จะทำให้บล็อกหรือเว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จัก

1. PPC ADS (Pay-Per-Clik Advertising) รูปแบบโฆษณาที่จะต้องจ่ายเงินและเห็นผลเร็ว เช่น โฆษณากับ Google เรียกว่า Google Adwords ที่อยู่ที่ด้านขาวมือของ google

2. ประกาศโฆษณาตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย อันนี้ไม่เสียเงิน แต่ต้องขยันทำการประกาศโฆษณา

3. ทำแบนเนอร์เพื่อนำไปโฆษณา ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ อันนี้ก็จะมีค่าใช้จ่าย

4. Facebook ก็เป็นการโฆษณาที่ดี ถ้าคุณมีสังคมของ Facebook นำบล็อกหรือเว็บไซต์แนะนำให้เพื่อน ๆ คุณรู้จัก

5. Youtube Videos ทำวีดีโอของคุณลง Youtube เป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนรู้อีกทางหนึ่ง

การตลาดดึงดูด (Attraction Marketing) เป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกรูปแบบ เมื่อนำมาใช้ในธุรกิจเครือข่ายแบบออนไลน์ ก็คือทำอย่างไรให้เราได้ผู้มุ่งหวังที่สนใจในธุรกิจของคุณ โดยที่เราไม่ต้องไปตามตื้อใครแต่บุคคลเหล่านั้นเกิดความสนใจด้วยตัวเอง

ระบบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย MLM มีระบบอะไรบ้าง?

ถ้าพูดถึงการตลาดแบบดึงดูด หรือ  "Attraction Marketing หลายๆคนอาจจะยังนึกไม่ออกว่าเป็นยังไง และอาจจะตั้งคำถามต่อไปอีกว่า ระบบนี้มันจะช่วยอะไรเราได้บ้าง แล้วต้องลงทุนเยอะไหม ได้ผลจริงหรือเปล่า? จะนำมาใช้ยังไง กับธุรกิจเครือข่าย ขายตรง หรือ MLM คำถามต่างๆ คงจะเกิดขึ้นเต็มไปหมด

อันที่จริง การตลาดแบบดึงดูด ก็คือการทำการตลาดชนิดหนึ่ง แต่แทนที่จะทำการตลาดเพื่อขาย หรือ เปิดโอกาสทางธุรกิจ เพื่อชักชวนผู้มุ่งหวังให้เข้ามาร่วมธุรกิจกับเรา ในระบบธุรกิจเครือข่าย แบบตรงๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้มุ่งหวังหรือลูกค้าของเรามักจะระวังตัว และปฎิเสธการนำเสนอแบบนี้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นระบบเก่าที่สอนกันมาอย่างต่อเนื่อง และผมว่า นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ ล้มเหลวไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเครือข่าย ขายตรง หรือ MLM 

ในการทำการตลาดแบบดึงดูดนั้น จะมีวิธีที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง แทนที่จะนำเสนอสินค้า หรือโอกาสทางธุรกิจแบบตรงๆในรูปของการชักชวน กลับหันมา "นำเสนอข้อมูลอันเป็นประโยชน์ให้แก่ผู้มุ่งหวังซึ่งอาจจะเป็นบทอบรมทางวิชาการต่างๆ หรืออาจจะแจกอีบุ๊คส์ และมักจะเป็นการให้เปล่า" เพื่อแลกกับชื่อและที่อยู่อีเมล์ของผู้มุ่งหวัง ซึ่งผู้มุ่งหวังมักจะเต็มใจให้พื่อแลกกับข้อมูลเพิ่มเติมอันเป็นประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ส่งมาทางอีเมล์ หรือลิ้งค์เพื่อใช้ในการดาวน์โหลดก็ตาม

ถ้าสังเกตุให้ดี หรือกล่าวกันแบบง่ายๆก็คือ "การตลาดในระบบเก่านั้น จะทำการนำเสนอเพื่อให้คนซื้อสินค้า หรือเข้าร่วมธุรกิจกับเรา" เป็นการทำการตลาดเพื่อขาย ซึ่งธรรมชาติของคนเรามักจะไม่ค่อยชอบการถูกขาย หรือคุณว่าไม่จริง แต่การทำการตลาดแบบดึงดูด เป็นการนำเสนอสิ่งที่มีประโยชน์ มีสาระให้กับลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังในลักษณะให้เปล่า ซึ่งผู้มุ่งหวัง หรือลูกค้าจะเป็นผู้รับ และรับในลักษณะของฟรีอีกด้วย..แล้วใครหละที่ไม่ชอบของฟรี..!

เขียนมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ก็น่าจะรู้แล้วนะครับ ว่าวิธีไหนจะใช้ได้ผลดีกว่ากัน ส่วนในรายละเอียดว่า เมื่อเราได้ชื่อและที่อยู่อีเมล์ของผู้มุ่งหวังมาแล้ว เราจะมีวิธีใดบ้างเพื่อที่จะทำให้เขามาซื้อสินค้า หรือยอมเข้าร่วมธุรกิจกับคุณ ผมจะมาพูดในวันหลังครับ

ผมจะขอสรุปพร้อมกับอธิบาย การทำการตลาดแบบดึงดูด ให้เห็นเป็นภาพกว้างๆก่อน ก็น่าจะประมาณนี้นะครับ

1. ใช้ระบบ Lead Generation เพื่อดึงดูดผู้มุ่งหวัง หรือลูกค้าเข้าร้าน ซึ่งคุณควรจะใช้หน้าเว็บไซต์ เป็นหน้าร้าน ก็เปรียบเสมือนหน้าร้านค้าในธุรกิจปกติ ที่ทุกครั้งคุณเปิดหน้าร้านก็สามารถทำธุรกิจได้ทันที แต่หน้าเว็บไซต์นี้ จะพิเศษกว่า ตรงที่ว่าเปิดร้านได้ ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และผมแนะนำให้ใช้ Capture Page เป็นหน้าร้าน ซึ่ง Capture Page จะมีคุณสมบัติในการดักจับชื่อ, อีเมล์ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้มุ่งหวังที่สนใจในสินค้า หรือ ธุรกิจของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ใช้ชุดอีเมล์ที่คุณได้จัดเตรียมไว้ ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้แก่ผู้มุ่งหวัง พร้อมทั้งใช้ติดตามผลในภายหลัง

2. ระบบการติดตามผล Follow up ใช้ในการติดตามผล และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยการส่งข้อมูล หรือข้อความที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกค้าทางอีเมล์ที่ลูกค้ากรอกเข้ามา พูดง่ายๆก็คือ การช่วยเหลือให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ หรือ ไม่ก็หาทางแก้ปัญหาให้กับลูกค้า ตลอดจนผู้มุ่งหวังทีกำลังประสบอยู่ ไม่ใช่การโทรศัพท์ไปสร้างความรำคาญให้กับลูกค้า

และระบบที่ผมกำลังจะพูดถึงก็คือ ระบบการส่งข้อมูลหรืออีเมล์อัตโนมัติ หรือ Auto Responder นั้นเอง สำหรับเครื่องมือที่ผมจะแนะนำก็คือ Getresponse ซึ่งซัพพอร์ตกับภาษาไทยได้ดี ส่วนวิธีการใช้และการติดตั้ง ให้เพื่อนๆดูตัวอย่างได้ในเว็บของ You Tube ซึ่งมีคนอัพโหลดไว้มากอยู่แล้ว โดยใช้คำค้นหาว่า วิธีการใช้งาน Getresponse

**ซึ่งข้อนี้สำคัญมากนะครับ ไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจขายตรง MLM หรือธุรกิจ Affiliate Marketing ก่อนที่คุณจะยื่นข้อเสนอให้ลูกค้า หรือผู้มุ่งหวัง คุณจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังก่อนเสมอ พูดง่ายๆ คุณจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเป็นกันเอง สร้างมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน คอยให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องต่างๆที่ลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังยังไม่รู้ ยังไม่เข้าใจ...

ทำไมผมถึงบอกว่าข้อนี้สำคัญมาก คุณลองคิดดูนะครับว่า ถ้าคุณจะซื้อสินค้า หรือจะร่วมทีมทำธุรกิจกับใคร คุณจะซื้อหรือร่วมทีมกับคนที่ไม่รู้จักที่คอยโทรมาตื้อๆๆ หรือจะร่วมกับเพื่อนที่รู้จัก เพื่อนที่คอยให้คำปรึกษา ตอบคำถาม ตลอดจนคอยช่วยเหลือแนะนำอย่างจริงใจ ผมรู้ว่าคุณคงจะรู้คำตอบอยู่แล้ว จริงไม๊ครับ ?.....

3. ระบบ Make Offer ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือก (สินค้าหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ) ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของสินค้า บริการ หรือโอกาสทางธุรกิจ แต่ข้อสำคัญ ข้อเสนอ หรือทางเลือกนั้น ต้องให้ประโยชน์หรือไม่ก็สามารถแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้า หรือผู้มุ่งหวังได้อย่างแท้จริง

คุณอย่าเพิ่งงงนะครับ ศึกษาข้อมูลไปเรื่อย แล้วคุณก็จะค่อยๆมีความรู้ขึ้นมาเอง ผมรับรองครับว่า มันจะให้ประโชน์แก่คุณเป็นอย่างมาก เพื่อจะได้นำไปปรับใช้กับธุรกิจที่คุณกำลังทำอยู่

สำหรับวันนี้คุณคงจะได้เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า หากคุณได้ใช้ระบบนี้แล้ว คุณจะสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา เลยทีเดียว ไม่ต้องออก ไปง้อ ขอ ตื้อ ใครอีกต่อไป ประหยัดเงิน ประหยัดค่าใช้จ่าย แถมได้ผลลัพธ์มากกว่าเดิม

สิ่งที่ประพันธุ์ เคยเจอมาในธุรกิจเครือข่ายหรือMLM

หลายๆคนที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจเครือข่าย ขายตรง หรือ MLM ก็ตาม แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงคนที่เคยทำธุรกิจประเภทนี้มาแล้ว และประสบกับความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ถึงกับทำให้บางคนเข็ดขยาดกับธุรกิจเครือข่ายขายตรง หรือ MLM ไปเลยก็มี เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็คงจะเกิดจากปัญหาหาอย่างเดียวกันหมด คือ มีผู้มุ่งหวังไม่เพียงพอ ที่จะสร้างเครือข่ายให้เติบโตพอที่จะมีรายได้คุ้มกับรายจ่าย หรือไม่ก็ทนกับคำปฎิเสธไม่ไหว จนต้องเลิกทำไปเอง

ไม่ว่าคุณจะไปทำธุรกิจเครือข่ายใดก็ตาม แม่ทีมของคุณก็มักจะสอนคุณ ให้พยายามหาลิสต์รายชื่อมามากๆโดยเฉพาะรายชื่อของคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็น ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง คนที่รู้จัก ใครก็ได้ที่คุณสามารถเอื้อมถึงเอามาให้หมด และหลังจากนั้น ก็ให้คุณโทรไปเชื้อเชิญให้มาประชุมที่บริษัท เพื่อที่จะได้นำเสนอโอกาสทางธุรกิจกับเขา

คุณว่า! จะมีคนเชื่อคุณ และยอมมารับฟังการประชุมกับคุณสักกี่คน และถ้าเขามาจริง จะมีสักกี่คน ที่สมัครเพื่อทำธุรกิจกับคุณ ผมว่าถ้ามีถึง 5% ก็ถือว่าคุณโชคดีมากๆเลย จริงหรอกอาจจะมีคนสมัครบ้าง แต่ที่เขาสมัคร ก็เพราะเกรงใจคุณ ที่ผมทราบก็เพราะผมประสบกับตัวเองมาแล้ว บางคนนัดกับผมเป็นมั่นเป็นเหมาะ ผมไปรอที่บริษัทก่อนเวลาเป็นชั่วโมง พอถึงเวลาใกล้จะประชุม กลับโทรมาบอกว่า "ไม่ว่างเผอิญ..." แล้วแต่เหตุผลที่เขาจะอ้าง ผมว่าหลายคนในที่นี้ก็คงจะเจอแบบผมมาแล้ว หรือว่าไม่จริง..?

บางคนยิ่งไปกว่านั้นอีก ไม่จำเป็นต้องมีลิสต์รายชื่อ ไม่ว่าจะเจอใคร เป็นชวน! แม่ค้า กระเป๋ารถเมล์ ใครก็ได้ เขาไม่สน เจอใครเป็นพูดแต่เรื่องธุรกิจ พยายามชวนทุกคนที่ได้พูดคุยด้วย ให้เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายขายตรง หรือ MLM กับเขา โดยไม่สนใจเลยว่า เขาเหล่านั้นจะสนใจหรือไม่ นานๆเข้า เขาเองจะเสียทั้งญาติ เสียทั้งเพื่อน เป็นที่เบื่อหน่ายของคนที่รู้จัก ไม่มีใครเขาอยากจะพูดคุยด้วย ถูกมอกว่าเป็นคนหลอกลวง เหมือนอย่างที่ผมเคยเป็น

คุณเชื่อ! ผมเถอะครับว่า ระบบแบบดั้งเดิม ที่ต้องพยามขายของ หรือชวนผู้มุ่งหวัง ที่เขาไม่ได้มีความสนใจให้เขามาร่วมธุรกิจกับคุณ ต้องออกไปประชุม ต้องชวนคนออกมาปรบมือ เพื่อแสดงความยินดีกับผู้นำ ที่ประสบความสำเร็จ ทำการเสนอขายผลิตภัณฑ์ ให้กับญาติพี่น้อง พ่อ แม่ ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย คนข้างบ้าน คนบนรถเมล์ คนที่ทำงาน คนไหนก็ได้ที่อยู่ในรัศมีที่คุณเอื้อมแขนถึง!!! เลิกเถอะครับ อย่าไปข้องเกี่ยวกับมันอีกเลย

ผมไม่ได้พูดว่า จะไม่มีคนประสบความสำเร็จโดยวิธีแบบดั้งเดิมนี้นะครับ อาจจะมีบ้าง แต่น้อยมาก ไม่เกิน 1% ผมพูดจริงนะ ไม่เกินจริงๆ

หรือบางคนอาจจะบอกว่า "ผมสำเร็จได้โดยวิธีแบบเดิมๆนี้ โดยไม่อึดอัดใจเลย" บทความนี้ก็คงจะไม่เหมาะกับคุณเช่นกัน

นี่เองจึงเป็นเหตุผล ให้ผมทำการศึกษาและค้นคว้าอย่างจริงจัง ว่าจะใช้วิธีใดทำการตลาด เพื่อที่จะได้ผู้มุ่งหวังมาให้มากพอและ "เป็นผู้มุ่งหวังที่มีประสิทธิภาพ ต้องการสร้างรายได้ ต้องการสร้างความสำเร็จทางด้านการเงินอย่างแท้จริง" จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้ไปพบกับบทความที่เกี่ยวกับการทำการตลาดระบบแบบดึงดู หรือที่เรียกว่า Attraction Marketing ซึ่งเขียนโดยนักการตลาดและเป็นผู้เชียวชาญในเรื่องการตลาดแบบดึงดูดที่คน 99% ไม่รู้ เขาผู้นั้นก็คือ คุณกมลเวช เมืองศรี

ผมอ่านทุกๆบทความที่  คุณกมลเวช เมืองศรี  เขียน พยายามศึกษาการทำการตลาดจากเขา เป็นสมาชิกแทบทุกเว็บไซด์ที่เขาเปิดโอกาส จนมีความเข้าใจในระบบที่เขาสอน

ตั้งแต่นั้นมา ผมก็เลยใช้ระบบ Attraction Marketing หรือการตลาดแบบดึงดูด ในการทำธุรกิจ "โดยเปลี่ยนจากการไล่ล่ารายชื่อแบบเดิมๆ มาทำให้คนไล่ล่าผมแทนเพื่อขอเข้าร่วมธุรกิจ"

และถ้าคุณทำการตลาดแบบผม โดยการลอกแบบกันออกไปเลย ผมเชื่อแน่ว่าจะต้องมีผู้มุ่งหวังโทรมาขอร่วมธุรกิจกับคุณ เรียกชื่อคุณ รู้จักคุณในรูปยอดนักธุรกิจที่จะเป็นแม่แบบ

** คุณคิดว่า มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหนครับ..! **
**แด่ความสำเร็จของคุณ แล้วพบกันใหม่ครับ

   "ประพันธุ์ คูณขุนทด"  ปณิธาน - ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ

เป็นเพื่อนใน Google+ >>> https://plus.google.com/mlmprapan
ผมทำอะไรอยู่ >>> http://twitter.com/mlmprapan
เขียน E-mail ถึงผมที่นี่ >>> mlmprapan@gmail.com
นี่คือวีดีโอต่างๆ ของผม >>> http://youtube.com/mlmprapan
เป็นเพื่อนสนิทกับผมที่นี่ >>> http://facebook.com/prapanfan
เป็นเพื่อนกับผมบน Facebook >>> http://facebook.com/prapankoon
ป.ล.1. อย่าลืมติดตามและเป็นเพื่อนกับผม Social Network นะครับ
ป.ล.2. อย่างสุดท้าย - รบกวน Comment บทความของผมด้วยนะครับ